ในเนื้อหาตอนนี้ จะกล่าวถึง 2 ส่วนหลักๆ คือ สิ่งที่จะมาทำลายทีม ทำลายความเป็นครอบครัว และแนวทางแก้ไข ทำให้ความเป็นทีม ความเป็นครอบครัวกลับคืนมา ... ... ... นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ปล่อยผ่านไม่ได้เลยทีเดียว

ครอบครัว เป็นสังคมเล็กๆ ในสังคมใหญ่ที่แม้สร้างมาดีมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงด้วยแรงกายแรงใจของทุกคนในบ้านก็อาจกลายเป็นครอบครัวที่เปราะบาง ล่มสลายได้เพราะการกระทำของคนในครอบครัวอีกเช่นกัน

สังคมเล็กๆอาศัยอยู่ในสังคมใหญ่ที่ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ดีฝ่ายเดียว แต่มีสิ่งร้ายแอบแฝงตัว หรือเป็นอยู่อย่างเปิดเผยในสังคมที่เป็นอันตรายต่อครอบครัวในหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะในปัจจุบันมี กระแสโซเชียลทั้งในโลกออนไลน์ออฟไลน์ ที่อาจจะกลายมาเป็นตัวทำลายทีม ทำลายครอบครัวได้อย่างง่ายๆ ถ้าเราไม่เลือกเสพสืออย่างมีสติ ตัวทำลายครอบครัว หรือทำลายสังคมนี้ เราเรียกว่า“อบายมุข” หรือ ปากทางแห่งความเสื่อม

ความเสื่อมจากอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ความเสื่อมจากทรัพย์เสื่อมจากความดีเสื่อมจากฐานะที่ดีเสื่อมจากชื่อเสียงเกียรติยศเสื่อมจากคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นต้น

หากใครคนหนึ่งในครอบครัวหลงไปข้องเกี่ยวเข้าสิ่งดีๆ ในชีวิตที่เคยเป็นเคยมีมาเคยมั่นคงย่อมมีอันต้องค่อยๆ เสื่อมเสียหายไปจากตัวเอง และครอบครัวได้ไม่ช้าก็เร็วเราต้องออกจาก “อบายมุข” ซึ่งเป็นตัวทำลายความเป็นทีมทำลายหัวใจของครอบครัวที่ต้องหลีกให้ไกลที่สุด

อบายมุขทั้ง 6 ประกอบด้วย อะไรบ้าง

1.การดื่ม/เสพ ของมึนเมา เหล้า สารเสพติดเพราะเมื่อดื่ม หรือเสพของมึนเมาแล้ว จะทำให้เมา ขาดสติ จึงทำให้มีความเสียหายที่เกิดขึ้นหลายประการ ดังต่อไปนี้

-ผลาญทรัพย์ เพราะต้องหมดเงินซื้อเหล้า ซื้อเบียร์ แทนการจ่ายซื้อสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนในครอบครัว

-ก่อการทะเลาะวิวาท เพราะเหล้าเข้าไปทำลายสติ เมื่อเมาแล้วก็สามารถทะเลาะกัน ทุบตีทำร้ายกันได้ทั้งบ้านเหมือนไม่ใช่พ่อ แม่ พี่ น้องกัน นี่เป็นเรื่องน่าเศร้า ทั้งๆที่ ตอนไม่กินเหล้าก็เป็นคุณพ่อคุณแม่ เป็นพี่น้องที่ใจดี

-เป็นสาเหตุของโรค ทั้งบ้านก็ต้องหาเงินมารักษาตัวเองก็ไม่เป็นอันทำงาน คนในครอบครัวก็พลอยต้องมาเสียทั้งเวลาดูแล เสียทั้งเงินช่วยรักษา มีแต่เรื่องเสียกับเสียเพราะฉะนั้นก่อนดื่ม ก่อนเสพ ต้องคิดให้เยอะๆ คิดไกลๆ

-เสียบุคลิภาพ เสียชื่อเสียง เมาแล้วเสียบุคลิกเป็นโรคร้ายไม่สบายก็ยิ่งเสียบุคคลิก เสียความภูมิฐาน ความน่าเคารพก็พลอยอับเฉาไปด้วย ชื่อเสียงที่เคยเก่งกล้าสามารถเป็นอันหมดไปได้อย่างง่ายๆ เพราะขี้เหล้า และขี้โรค

-ไม่รู้จักละอาย ขาดสิติ ควบคุมตัวเองไม่ได้เป็นที่รังเกียจเมาแล้วหมดอายเพราะหมดสติสัมปชัญญะความรู้ตัวว่าสิ่งใดดี ชั่ว ควร ไม่ควร ไม่เหลืออยู่แล้วกว่าจะรู้เรื่องว่าเสียหายไปเท่าไหร่ และส่วนใหญ่ก็มักจะสายไปแล้ว

-บั่นทอนกำลังสติปัญญาความสามารถ ศักยภาพที่เคยมีก็จะถดถอยหมดสิ้นพละกำลังการจะคิดพัฒนา เพื่อสร้างก้าวหน้าใดๆ ย่อมเป็นไปได้ยากการทำงานก็ยังไร้ประสิทธิภาพ

2. เที่ยวกลางคืน

มีหลายคนเลิกงานแล้วไม่กลับบ้านต้องแวะคลับบาร์หาฟังเพลงพูดคุยเฮฮาถึงบ้านดึกดื่นหรือวันหยุดแทนที่จะพักผ่อนอยู่บ้านให้เวลากับครอบครัวแต่กลับออกไปหาความรื่นรมย์นอกบ้านคำถาม !? เที่ยวกลางคืนมีผลเสียยังไง ลองมานึกๆ ดู

-ไม่รักษาตัวเองเรียกว่าไปในที่อโคจรคือแม้แต่โคหรือควายก็ไม่ไปแต่คนไปกลางคืนเป็นเวลาที่ควรพักผ่อน อยู่ที่บ้านที่ปลอดภัย แต่กลับออกไปหาความสนุกที่นำปัญหาและความทุกข์มาให้

-ไม่รักษาลูกเมียคือ ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัวค่ำคืนเป็นเวลาที่ควรต้องอยู่ในที่ปลอดภัยอยู่ดูแลลูกเมีย ให้เวลา ให้ความรัก ความอบอุ่น แต่กลับไปแสวงหาความสำราญส่วนตัวแล้วครอบครัวจะเป็นอย่างไร ?

-ไม่รักษาทรัพย์สมบัติคือ ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไปในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและครอบครัวต้องจ่ายค่าเหล้า สุรา ค่านักร้อง สาระพัดจ่าย ที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่จะก่อให้เกิดสิ่งดีกลับมาอาจกล่าวได้ว่าซื้อความเสื่อม หรือความฉิบหายให้ตัวเองและครอบครัว

-เป็นที่ระแวงสงสัย

-เป็นเหตุให้ถูกใส่ความ

-เป็นที่มาของความเดือดร้อน

เป็นที่ระแวงสงสัย เป็นเหตุให้ถูกใส่ความ และเป็นที่มาของความเดือดร้อน ทั้ง 3ประการนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนืองกันสามารถทำให้คนในครอบครัวเกิดความระแวงสงสัยและกล่าวหาว่าไปทำอะไรผิดมาและสุดท้ายก็ได้ทะเลาะกันนอกเหนือจากมีประเด็นกับคนในบ้านถัดมาก็เป็นประเด็นกับคนที่ไปเที่ยวกลางคืนด้วยกันและในที่สุดก็เป็นปัญหากับสังคม เป็นความเดือดร้อน ไม่สงบสุขทั้งส่วนตัวเอง และคนในครอบครัวทั้งสิ้นการเที่ยวกลางคืนในรูปแบบต่างๆ จะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของความเสื่อมทุกรูปแบบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

3.ชอบเที่ยวดูการละเล่น บันเทิง

ความชอบ ความหมกมุ่นอยู่กับความบันเทิง ซึ่งความบันเทิงเริงรมย์ในปัจจุบันนี้นอกจากงานคอนเสริต์โรงหนัง โรงละครแล้วความบันเทิงผ่านโลกออนไลน์ต่างๆ ได้เข้ามาถึงในห้องนอน สนุกสนานได้ตลอด 24 น.ไม่จำกัดกลางวัน กลางคืน ไม่ว่าเป็น คุณพ่อ คุณแม่ หรือ ลูกถ้าได้ติดความบันเทิงจนเป็นนิสัย ความเสื่อมที่จะตามมาอย่างชัดเจน คือ1. เสียเวลาและ 2. เสียงาน และยังจะสามารถนำพาความเสื่อมอีกหลายประการตามมาได้อีกไม่ยาก ข้อนี้ควรระวัง

4. เล่นการพนันทุกชนิด

ความร่ำรวยที่ได้มาจากการพนัน ไม่เคยเป็นความร่ำรวยหรือความสำเร็จที่เป็นสุข และมั่นคง เพราะ

-ผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมจองเวรเสียดายทรัพย์ที่เสียไป ผู้แพ้ ผู้สูญเสียย่อมอยากเอาคืนเพราะมีแพ้ มีชนะมีคนได้ มีคนเสียเพราะจะต้องมีความไม่ซื่อตรง การคดโกงเพื่อจะได้ เพื่อจะชนะเป็นวิถีของวงการพนันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจออย่างแน่นอน

-เสียทรัพย์ไปโดยใช่เหตุเหมือนเททรัพย์ทิ้งไปกับความหวังที่ไร้เหตุผลรองรับเศร้าสลดใจยิ่งกว่านั้นคือ การสูญเสียที่นำพาครอบครัวตกต่ำ กลายเป็นคนติดหนี้ ติดลบ หรือล้มละลาย

-ไม่มีใครเชื่อถือคำพูดแม้คนในบ้านในครอบครัวยังต้องหาที่ซ้อนเงิน ซ้อนทรัพย์สินนี่คือความไม่สามารถเชื่อถือกันได้ส่วนคนนอกบ้านไม่ต้องกล่าวถึง

-เพื่อนฝูงดูหมิ่นการมีทรัพย์สำหรับชีวิตของสามัญชนนับเป็นส่วนหนึ่งของการมีเกียรติเพราะอย่างน้อยเป็นสัญลักษณ์บอกถึงความรู้ความสามารถสติปัญญาในการรับผิดชอบการงานของตนจนประสบความสำเร็จมั่งคั่งฉะนั้นเมื่อมองไปที่คนทำลายทรัพย์ที่มีอยู่ด้วยการเล่นการพนันย่อมบงบอกความเป็นตัวตนที่ไร้ศักยภาพ

ที่ไม่ใช่เพียงแค่คนทั่วไปจะหมิ่นแคลนแม้คนในครอบครัวก็อาจไม่นับถือ

-ไม่มีใครอยากแต่งงานร่วมสร้างครอบครัวด้วยการเงินเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญของการมีชีวิตที่มั่นคงหากบริหารผิดชีวิตมีสิทธิ์ลำบากยาวเพราะฉะนั้น หนุ่มโสด สาวโสดสายพนัน ที่คิดอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนไม่มีใครอยากเอาชีวิตมาเสี่ยงด้วยอย่างแน่นอน

5. คบเพื่อนไม่ดี หรือ คบคนชั่วเป็นเพื่อน

ในมงคลสูตรกล่าวว่าคบคนพาล พาลพาไปหาผิดคบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล

จะได้ดี หรือ ได้ร้ายคน/เพื่อนใกล้ตัว คือ คีย์แมนสำคัญเพราะเพื่อนที่ไม่ดี จะพาไปสู่ทางอบายมุข ลองนึกๆ ดู

คนที่ชวนเรากินเหล้า ชวนเที่ยวกลางคืน ชวนเที่ยวเล่นเริงรมย์หมกมุ่นกับความบันเทิงชวนเล่นพนัน ได้เพื่อนชั่วมาเพิ่มก็ล้วนเป็นเพราะการคบเพื่อนชั่วทั้งนั้นสุดท้ายกลายเป็นคนขี้เกียจก็เพราะเหล่าเพื่อนชั่วได้อีก ...

เพราะเพื่อนชั่วหรือคนพาลไม่เคยคิดทำสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องสร้างสรรค์ต่อเติมเพิ่มประโยชน์ใดๆให้กับชีวิตเพื่อนชั่วจะเป็นคนที่เห็นผิดเป็นถูกเห็นความดีเป็นความไม่ดีและไม่สนใจใฝ่ดีเพื่อนพาลหรือเพื่อนชั่วแม้เพียงคนเดียวเป็นที่มาของทางเสื่อมได้ครบทุกทางสามารถพาตัวเราครอบครัววงตระกูลของเราเสื่อมเสีย ด้วยเหตุแห่งความเสื่อมได้ทุกรูปแบบฉะนั้นจะคบใครเป็นเพื่อนขอให้ดูดีๆ เหมือนที่เลือกคู่ชีวิต ...ให้เลือกที่คุณธรรมความดีเป็นสำคัญ

6. เป็นคนขี้เกียจ

ประการแรก คนขี้เกียจ มักมีข้ออ้างในการไม่เรียนไม่ทำงาน ไม่พัฒนาตัวเอง ได้ทุกเรื่องเดี๋ยวอ้างว่าร้อนมากหนาวมากง่วงมาก อิ่มมากหิวมากเช้าอยู่ค่ำแล้ว ฯลฯจึงไม่ทำงานและผลัดวันประกันพรุ่งเลื่อนการทำงานออกไปได้เรื่อยผลผลิต ผลประโยชน์ ผลกำไร ย่อมไม่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่ออกแรงทำอะไร

ประการที่สองเมื่อขี้เกียจแต่อยากได้ทรัพย์อยากมีรายได้เลี้ยงชีวิต อยากรวย อยากมีฐานะอยู่สุขสบายง่ายๆ แบบไม่ต้องออกแรงสิ่งที่คนขี้เกียจจะคิดได้ คือ การหาสิ่งที่มักง่ายทำหรือคิดหาวิธีหารายได้แบบผิดๆ มืดๆ เทาๆโกงการค้าขายเล่นการพนันลักลอบทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย...

ผลเสียของความขี้เกียจขั้นต้นคือ เป็นการถ่วงความก้าวหน้าของตัวเอง และครอบครัวตัวเองก็พึ่งพาตัวเองไม่ได้แม้บริษัท เพื่อนฝูงก็ไม่อยากร่วมงานด้วยความเจริญ และความสำเร็จยากที่จะเดินทางมาหา

ผลกระทบจากความขี้เกียจในประการต่อมาที่นับว่าร้ายแรง คือ สุดท้ายที่นำพาตัวเองไปสู่ความเสียหายในระดับผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมได้

ดังนั้นคนในครอบครัวทุกคนจะมองข้ามตามใจกันไม่ได้เห็นใครในบ้านเริ่มมีอาการเฉื่อยช้าไร้เรี่ยวแรงต้องช่วยกันดูแล ช่วยกันเชียร์ ให้กำลังใจกันในการทำงานตามหน้าที่ของแต่ละคนอย่างมีพลังมีชีวิตชีวาลูกในวัยเรียนก็ให้เรียนด้วยความสนุกมีความสุขกับการเรียนพี่น้อง คุณพ่อคุณแม่วัยทำงานก็ส่งเสริมให้กำลังใจกันในทำงานอย่างมีความสุขทำได้แบบนี้รับรองว่า จะเป็นครอบครัวขยันสามารถพากันเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน ... … …

อบายมุข 6 หรือ ทางแห่งความเสื่อมทั้ง 6 ประการนี้แม้หลงเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยสักทางหนึ่งทางใด

ทางที่เหลือย่อมตามมาได้ทั้งหมดเพราะแต่ละทางต่างอยู่ในแวดวงใกล้กันมีความเกี่ยวเนื่องเป็นสายเดียวกัน

ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่ให้ความรักความอบอุ่นความมั่นคงกับทุกคนในครอบครัว เพื่อเสริมสร้างภูมคุ้มกันให้กับคนที่เรารักให้อยู่ห่างไกลไม่แวะเวียนย่างกรายเข้าใกล้ปากทางของความเสื่อมเหล่านั้นดีที่สุดคนในครอบครัวต้องให้กำลังใจกันเพื่อให้สามารถหักห้าม ควบคุมจิตใจตัวเอง ตัดใจจากความยั่วยวนของความเสื่อมทั้งหลายนั้นได้

เมื่อทุกคนในครอบครัวสามารถรักษาตัวเองได้ก็สามารถรักษาครอบครัวได้และสามารถขับเคลื่อนพัฒนาก้าวหน้าไปตามลำดับ

ใครที่พลาดพลั้งหลงไปในทางเสื่อม ในอบายมุขแล้ว เมื่อได้สติ อยากจะปรับปรุงตัวเองใหม่ ก็ยังไม่สายเกินแก้ไข ขอให้เรามีกำลังใจเข้มแข็ง มุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะแก้ไข ปรับปรุงตัวเราให้ห่างไกลจากอบายมุขอย่างถาวร ก็สามารถทำได้

เมื่อใครที่ก็ตามที่รู้ตัวว่า ได้ตกอยู่ในอบายมุข หรือทางแห่งวามเสื่อมแล้ว เมื่อรู้ตัวและมีสติเกิดขึ้นแล้ว และต้องการดึงตัวเอง ออกจากความเสื่อมนั่น เป็นสิ่งที่ดี เป็นมงคล ซึ่งแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อ เพื่อเป็นการปรับปรุงตนเอง เป็นการให้สิ่งที่ดีงาม กับตัวเอง คนในครอบครัว และสังคม การให้ที่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ (the great sharing) นี้ คือ ศีล 5 ประการนั่นเอง

ศีล 5 คือ การให้ที่ยิ่งใหญ่ The great sharing via 5 Precepts

ศีล 5กล่าวอีกความหมายหนึ่งนั้นถือเป็น “การให้ที่ยิ่งใหญ่”เพราะการเคารพในศีล หรือรักษาศีล เป็นการให้สิ่งที่ดี ให้ความปลอดภัยต่อตัวของเราเอง บุคคลที่เรารัก และสังคมที่เราอยู่อาศัย ดังต่อไปนี้

1.การไม่ทำร้ายร่างกาย จิตใจ โดยเฉพาะชีวิตได้ชื่อว่าเป็นการให้ชีวิต หรือให้ความปลอดภัยต่อชีวิต ของตัวเราเอง บุคคลในครอบครัวที่เรารัก และทุกคนในสังคมที่เราเกี่ยวข้องด้วย

2.การไม่ลักขโมยคดโกงได้ชื่อว่าให้ความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของบุคคลในครอบครัวที่เรารัก และทุกคนในสังคมที่เราเกี่ยวข้องด้วย

3. การไม่ละเมิดผิดประเวณีได้ชื่อว่าให้ความมั่นคงต่อสามี ภรรยา บุตร ของครอบครัวเราเอง และให้ความมั่นคงต่อครอบครัวผู้อื่น

4.การไม่โกหกได้ชื่อว่าให้ความซื่อสัตย์ จริงใจซึ่งทุกคนล้วนอยากคบหาด้วยความจริงใจต่อคนในครอบครัวของเรา และทุกคนในสังคมที่เราเกี่ยวข้องด้วย

5.การไม่ดื่ม ไม่เสพของมึนเมาได้ชื่อว่าให้ความปลอดภัยกับทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาทั้งชีวิตทรัพย์สินให้ความมั่นคงในชีวิตให้ความซื่อสัตย์จริงใจต่อตัวของเราเอง บุคคลที่เรารัก และทุกคนในสังคมที่เราเกี่ยวข้องด้วย

นี่คือ มนุษย์ธรรมคุณสมบัติหรือคุณธรรมของความเป็นมนุษย์ที่หากแม้เราสามารถรักษาด้วยการประพฤติปฏิบัติให้มั่นคงความสงบสุขของสังคมทุกระดับนับตั้งแต่ ครอบครัวชุมชนจังหวัด ประเทศแม้ทั่วโลกย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ... … …