รักนี้ต้องอดทน !!!

การที่คนในครอบครัวรู้จักใช้ชีวิต มีหลักคิด หลักปฏิบัติอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเข้าใจด้วยสติปัญญาช่วยกันสร้างช่วยกันแก้ปัญหาเอาชนะอุปสรรคส่งเสริมกัน

และกันให้ประสบความสำเร็จการอยู่ร่วมกันด้วยความเอื้ออาทรอย่างนี้คือความเป็นครอบครัวอบอุ่นเป็นบ้านที่น่าอยู่นั้น ต้องอาศัยความอดทน เป็นพื้นฐาน

เรียกได้ว่า “ความอดทน” เป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวมีชีวิตดำเนินต่อไปและมีแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างสวยงาม เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันแล้วก็ต้องอดต้องทนกันให้ได้ หรือในที่สุดแม้อยู่คนเดียวก็ต้องอดทนกับตัวของเราเองเลย คุณว่าไหม ???

ดังที่ได้ทำความเข้าใจมาแล้วว่า อดทน นั้น ประกอบด้วยคำ 2 คำ หรือ มีความหมาย 2 ประการ

-อด คือ อดในสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่ได้ ก็ต้องอด

-ทน คือ ทนต่อสิ่งที่ไม่ต้องการ แต่ได้มา ก็ต้องทน

คำถาม ??? แล้วเราต้องอดทนถึงขนาดไหนเหรอเนี่ย !?!?!?

ความอดทน ที่เราๆ ท่านๆ ทุกคนต้องฝึกให้อดทนให้ได้ มี 4 ระดับ ดังนี้

1อดทนต่อธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ สภาพแวดล้อม

ดิน ฟ้า อากาศ สภาพแวดล้อม เช่น ฝนตก รถติด อากาศร้อน อากาศหนาว ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราเราไม่สามารถควบคุมได้

ทำให้เรามีความสะดวกสบายน้อยลง ไม่ค่อยได้ดั่งใจ เช่น ฝนตก รถติด ทำให้ไปทำงานสาย ทำงานน่ะต้องไปสายแน่ๆ แล้ว แต่ที่ต้องปรับคือ ปรับใจของเรา ปรับใจให้อดทนกันบ้างอย่าหงุดหงิดอารมณ์เสียไวนักอย่าบ่นลมบ่นฟ้ามากนักเดี๋ยวคนข้างๆ จะแอบเบื่อหน่ายเอาได้บรรยากาศสภาพแวดล้อมจะแย่หน่อยแต่อย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมาทำลายบรรยากาศชีวิตที่ของเราได้

อะไรจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงแต่เราต้องรักษาจิตใจของเราไม่ให้แปรปรวนตามบางคนตอนก่อนแต่งงาน...ฝนตกแค่ไหนก็โรแมนติกได้ครั้นแต่งงานผ่านไปไม่กี่ปีแค่ฟ้าครึ้มมาหน้าหงิกแล้วยิ่งมีลูกหนึ่งลูกสอง...แค่รถติดไฟแดงอารมณ์ก็เสียเหมือนมีคนมาทะเลาะด้วยฝึกรู้ทันอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองด้วยอย่าบันดาลความขุ่นมัววีนเหวี่ยงด้วยเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมจนกลายเป็นเหมือนคนไร้สติไปคนข้างๆ จะพลอยเสียกำลังใจ หวั่นไหวหงุดหงิดตามบรรยากาศยิ่งแย่หนักไปกว่าความเป็นจริง

ทำความเข้าใจธรรมชาติ และเหตุการณ์เหล่านั้นร้อนไปบ้าง หนาวไปบ้าง ฝนตกหนัก พายุเข้าอดทนหน่อยแล้วหันมายิ้มให้กำลังใจคนข้างกาย ด้วยกันดีกว่า

2อดทนต่อความเจ็บป่วยทางร่างกาย หรือโรคภัยไข้เจ็บ

นี้เป็นความอดทนขั้นที่สองต้องออกแรงมากกว่า ต้องเพิ่มความอดทนมากกว่าข้อแรก

หากใครสักคนในบ้านป่วยคนอื่นในบ้านก็เป็นห่วงเป็นใยจิตใจไม่ดีไปด้วยอยู่แล้วหรือบางบ้านแถบจะเรียกว่าอีกคนพลอยป่วยไปด้วยเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะความรักความผูกพันความห่วงใยที่มีให้กัน

ความเจ็บความป่วยไข้ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราห้ามไม่ได้และเมื่อเกิดขึ้นการรู้จักอดทน ไม่ร้องโอดโอยคร่ำครวญจนมากเกินไปให้เราเองรู้จักดูแลให้กำลังใจตัวเองแสดงความเข้มแข็งต่อความเจ็บปวดบอกทุกคนว่าใจเราสู้กำลังใจของทุกคนในบ้านก็จะดีไปด้วย

และให้มีกำลังใจที่ดีทั้งของคนป่วยและทุกคนในครอบครัวการมีกำลังใจที่ดี ทำให้มีสติ และยังสามารถทำให้การรักษาได้ผลดีอีกด้วย

3อดทนต่อการกระทบกระทั่งจากคนอื่น

อดทนต่อการกระทบกระทั่ง ของคนในครอบครัว หรืออดทนกับกิเลสคนในครอบครัว หรือคนอื่นๆ

ในโลกนี้ไม่มีใครดีพร้อม หรือสมบูรณ์ทุกอย่าง ถ้าจะมีก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ ซึ่งท่านก็ล้วนหมดกิเลสเข้าพระนิพพาน ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว

สำหรับทุกคนที่ยังอยู่บนโลกใบนี้ แม้เราจะเลือกของเราเองมาแล้วอย่างดี มาเป็นสามี มาเป็นภรรยาของเรา หรือเป็นลูก เป็นหมู่ญาติก็ตาม ล้วนยังมีนิสัยที่ไม่ดีมีจุดอ่อน ข้อบกพร่อง อยู่มากทั้งนั้น ซึ่งตัวเราเองต้องอดทนต่อนิสัยที่ไม่ดีของคนในครอบครัวนี้ให้ได้ โดยให้เรานึกถึงความน่ารัก ความดี ที่สามี ภรรยา ลูก หรือหมู่ญาติเคยมี เคยช่วยเหลือเรา เป็นต้น

การใช้ชีวิตร่วมกัน บ้างครอบครัวเล็ก บ้างเป็นครอบครัวใหญ่และไม่ว่าจะสนิทสนมรักใคร่กันแค่ไหนก็มีเรื่องให้อดทนกันจนได้เพราะนี้คือความจริงที่สุด สำหรับมนุษย์ธรรมดาที่ยังมีกิเลสมีความไม่สมบูรณ์ด้วยกันทุกคน

ในบางเรื่องพูดคุยแก้ไขให้อภัยกันได้ก็ค่อยๆ พูดคุยกันปรับกันไป แต่บางเรื่องสุดวิสัย อาจทำอะไรไม่ได้มากถ้าไม่ใช่เรื่องเสียหายใหญ่โตอะไรก็ให้อภัยกัน และ...อดทนกันไป

สำหรับบางเรื่อง ใช้ความอดทนอย่างเดียว ไม่เพียงพอ

เช่น ถ้าหากเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับตัวเรา หรือครอบครัว ก็อาจต้องวางความอดทนเอาไว้แล้วผ่าทางตันช่วยกันแก้ไขปัญหาพิจารณาผิด ถูกตามเหตุตามผลตามความถูกต้องซึ่งบางเรื่องอาจต้องใช้คนนอกผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องตามเรื่องที่ต้องแก้ไขเช่นครูอาจารย์นักกฎหมายทนายความ หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เกี่ยวข้องเป็นต้น

ความอดทนไม่ได้หมายความว่า ต้องอดทนจนเกิดความเสียหายต่อตัวเอง

หรือครอบครัวส่วนรวมถ้าอดทนแบบนั้นจะกลายเป็นความไม่รับผิดชอบไปไม่ใช่ความอดทนที่ควรอดทนทั้งนี้ต้องรู้จักพิจารณาแยกแยะผลได้ ผลเสียให้ดี

4อดทนต่อการกระทบกระทั่งภายในของตัวเอง

อดทนต่อการกระทบกระทั่งภายในของตัวเอง หรืออดทนต่อกิเลสภายในของตัวเราเอง นี่คือ สุดยอดของความอดทน

เราเองก็อดทนกับความอยาก ความไม่อยากของตัวเองอดทนกับนิสัยไม่ดี ข้อพกพร่องของตัวเอง ในทำนองเดียวกันกับที่อดทนกับกิเลสของคนอื่นแต่ความหนักหนาเข้มข้นอยู่ตรงที่มันอยู่ข้างในใจของเรานี่เอง

อดทนกับกิเลสของความอยาก ... “อยากกินก็กิน ไม่รู้จักอดทน ตามใจปากบ่อยเข้า โรคอ้วน เบาหวานมะเร็ง ฯลฯ ก็จะมาหา” หรือ “อยากเที่ยวก็เที่ยวเดี๋ยวเงินก็ไม่เหลือเก็บถึงครอบครัวจำเป็นจะไม่มีเงินใช้”“อยากเล่นหวย เล่นการพนันก็เล่น เดี๋ยวได้หมดตัว เป็นหนี้ ลำบากกันทั้งบ้าน”“อยากขี้เกียจก็ขี้เกียจความเจริญก้าวหน้าก็หวังได้ยาก” หรือ “เจอผู้หญิงคนไหนผู้ชายคนไหนรู้สึกถูกใจอยากได้เป็นสามีภรรยาเพิ่มอีกคน...ไม่อด ไม่ทนเดี๋ยวบ้านรุมร้อนเป็นไฟครอบครัวแตกสลายเพราะแพ้กิเลสในใจตัวเองที่ยั่วยุยั่วยวนให้อยากไม่รู้จักพอ

อดทนกับกิเลสของความไม่อยาก ... เช่น ไม่อยากอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับแม่ของสามี ... ไม่อยากจากสามี ภรรยาลูก ไปทำงานที่ไกลๆ ... ไม่ชอบที่สามีทำอย่างนั้น ไม่พอใจที่ภรรยาเป็นอย่างนี้ไม่ชอบที่พ่อแม่ให้ทำอย่างนี้หรือ พ่อแม่ก็ไม่ค่อยปลื้มที่ลูกทำอย่างนั้น เป็นต้น

เมื่อเราได้รู้จักปัญหา หรือสิ่งที่เราต้องอดทนนั้นแล้ว ซึ่งมีมากมายเหลือเกิน เราต้องอดทนที่จะประคับประคองตัวของเรา และครอบครัวของเราเอง ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ก็มีทางออกที่จะช่วยเราได้ ซึ่งมีแง่คิด3 ประการจะสามารถช่วยให้เราอดทน และเอาชนะกิเลสในใจได้ดังนี้

1ระลึกเสมอว่า ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้าเราต้องมีสติระลึกว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น จะดำรงอยู่สักระยะ แล้วก็สลายไปในที่สุด...การอดทน คือ รู้จักที่จะอยู่กับสิ่งนั้นในระยะเวลาที่มันเป็นอยู่ให้ได้ … ท่องให้ขึ้นใจว่าอยู่ให้เป็นเย็นให้พอ รอให้ได้เดี๋ยวมันก็จะค่อยๆ สลายไปตามวาระเวลา

2นึกถึงศักด์ศรีของตัวเองไว้ว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งเกิดมาทั้งดีต้องเอาดีให้ได้

นึกถึงโอกาสและอนาคตที่ดีของเรา ของครอบครัว ของคนที่เรารัก ให้เราหมั่นนึกถึงคุณพ่อคุณแม่ ครูบาอาจารย์ คนที่รักและหวังดีกับเราอย่างแท้จริง

การนึกถึงตัวเราเอง นึกถึงอนาคต นึกถึงคนที่เรารัก และรักเรา...จะทำให้เกิดกำลังใจ มีจิตใจหนักแน่นขึ้นได้มีพลังที่จะต่อสู้กับอุปสรรค และความลำบากต่างๆหรือเอาชนะความยั่วยวนจากคนสัตว์สิ่งของต่างๆความสำนึกที่ดีจะทำงานมากขึ้นและไม่ยอมปล่อยให้เราทำสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง ต่ออนาคต ต่อคุณพ่อคุณแม่ครอบครัว คนที่เรารักและรักเรา

3สร้างศักยภาพของใจที่ดี ที่มีพลัง และมั่นคง ... คือ ...การฝึกสมาธิในการทำหน้าที่การงาน การเรียน ขับรถ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ล้วนต้องมีสมาธิทั้งสิ้น ดังนั้น สมาธิไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัว ไม่ใช่สิ่งที่นักบวชเท่านั้นต้องฝึกสมาธิ ตัวของเราเอง ก็ต้องสมาธิด้วย

สมาธิเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของจิตใจได้อย่างดีที่สุดจะทำให้เรามีกำลังใจสามารถต้านทานอำนาจสิ่งยั่วยวน ยั่วยุ ต่างๆ ได้

ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ขอแนะนำให้คุณผู้ฟังหาความรู้เพิ่มเติมและลองฝึกใจของเราด้วยสมาธิด้วยตัวเองเพื่อจะสามารถเข้าใจด้วยประสบการณ์ของตัวเองว่าสมาธิก่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตจิตใจเราอย่างไร

ถ้าเรารักตัวเอง รักที่จะสร้างครอบครัวให้เป็นครอบครัวอบอุ่น มีความสุข อบอวลไปด้วยความรัก ความมั่นคงในชีวิต เราต้องมีความอดทน ฝึกที่จะอดทนให้ได้ ใน 4 ระดับ นี้คือ อดทนกับธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ สภาพแวดล้อมอดทนต่อการกระทบกระทั่งจากคนอื่น และอดทนต่อการกระทบกระทั่งภายในของตัวเอง รักนี้ต้องอดทน รักแล้วก็ต้องอดทน เรารักตัวเราเอง เรารักสามี ภรรยา ลูกหลาน หมู่ญาติ ก็ต้องอดทน ค่อยๆบอก ค่อยๆเตือน ค่อยๆแนะนำสิ่งที่ดีๆให้กันและกัน แล้วร่วมกันประคับประคองครอบครัวกันไปให้ประสบความสุข ความสำเร็จในชีวิตให้ได้

โดยนำหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต มาใช้ในการทำใจ มีสติระลึกเสมอว่า ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป เราควรรักษาศักดิ์ศรีความเป็นคนของเราเพื่อตั้งมั่นอยู่ในความดี และที่สำคัญฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง ด้วยการทำสมาธิ เช่นนี้ เราก็จะมีกำลังใจในการประคับประคองตัวเราเอง และครอบครัวให้เป็นต้นแบบครอบครัวที่ดี มีความสุข ครองรักกันไปตราบนานเท่านาน ... เพราะรักนี้เราต้องอดทน