ความรัก "เนื้อคู่" คุณเป็นแบบไหน

รู้เขารู้เรา รักนี้มีแต่รุ่ง




หากตั้งคำถามว่า… “เราเหมาะมีแฟนรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือรุ่นเดียวกัน ? ”

บางท่านก็ตอบออกมาว่า

คบ-รุ่น-พี่!! สบายใจกว่าเยอะ อีกอย่างเค้าดูแลตัวเองได้ไม่ต้องไปรับผิดชอบมาก

…คบ-รุ่น-เดียวกัน!! สนิทกันง่าย ไม่ต้องปรับตัวเยอะ คุยกันทีไร ไม่กวน ก็แกล้ง ก็อำ สนุกดี

…คบ-รุ่น-น้อง!! ขี้อ้อน ดูน่ารัก น่าเอ็นดู

…อยาก-มี-แฟน-อายุมากกว่ามาก!! เพราะดูอบอุ่น มีประสบการณ์ชีวิต สามารถปกป้องเราได้

หรือบางท่านก็หาคำตอบจากคำว่า “บุพเพสันนิวาส…มีจริงไหม?

บ้างก็ว่า บุพเพสันนิวาส นั้น

เกิดจาก...เจอกันปุ๊บปิ๊งบั๊บ

บ้างก็ว่า...หน้าตาต้องละม้ายคล้ายกัน

บ้างก็ว่า…รู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่แรกพบ

บ้างก็ว่า…มาได้เพราะคำอธิษฐาน

บ้างก็ว่า…ด้วยอุบัติเหตุรัก พัดพาให้มาเจอกัน

บ้างก็ว่า...รู้สึกไม่ถูกชะตา…ก่อนมาเป็นแฟน

หรือเฮ้อ! ว่า ไร้วี่แววจะมีคู่….แต่จู่ ๆ ได้แต่งงาน

บ้างก็ว่า รอเนื้อคู่มาเกิด… “รออยู่เหมือนกัน ไม่รู้มันแก่ตายไปหรือยังนะ เนื้อคู่เนี้ย”

ลองเที่ยวหาคำตอบดู เถอะ ถามสิบคนก็ตอบสิบอย่าง

บ้างก็ว่าเกี่ยวกับดวงชะตาคู่ธาตุ ต้องวางฤกษ์ วางลัคน์ผูกดวงให้เหมาะสมกัน บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ที่หัวสมัยใหม่หน่อยก็ว่า สำคัญที่แหวนหมั้นขันหมาก เงินทุนให้มาก ๆ เข้าไว้ ความสุขในชีวิตสมรสจะมีเอง




ผิดกับสมัยรุ่นวัยเก๋า คุณตาคุณยาย คุณปู่คุณย่า คุณปู่คุณย่าทวด ฯ

ซึ่งก่อนคบกับใคร ก็จะไปขอคำแนะนำดี ๆ ในการเลือกคบคน การปฏิบัติตัวต่อคนรัก จาก “เฒ่าแก่” จนกระทั้งแต่งงานกัน ก็ยังสามารถครองรัก ครองเรือนกันได้ยืนยาวอย่างมั่นคง

คำว่า “เฒ่าแก่” ในที่นี้หมายถึง ผู้ที่มีประสบการณ์ในการสร้างครอบครัวให้อบอุ่นได้ หรือประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตคู่ นั่นเอง ท่านก็ถูกถ่ายทอด ต่อ ๆ กันมา หรือเรียกได้ว่ามาจาก “ตำราโบราณ” ที่รุ่นคุณทวด ได้ถูกถ่ายทอดมา หลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่ไม่ล้าสมัยนะ ซึ่งท่านก็ยึดหลักพระพุทธศาสนานำมาใช้กับชีวิตการครองเรือนได้อย่างปกติสุขมายาวนานละ


…......ในสมัยพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องมงคลสมรสไว้สั้น ๆ

ด้วยหลักมงคล 38 ประการ (มงคล ที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา / สามี) เพียงคำเดียวว่า สังคหะ แปลว่า การสงเคราะห์กัน และให้ปฏิบัติตามหลักสังคหวัตถุ 4 เพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน ดังนี้

1. การให้ปันแก่กัน คนเราถ้ารักที่จะอยู่ด้วยกันต้องปันกันกิน ปันกันใช้ หามาได้แล้วควรรวมกันไว้เป็นกองกลางแล้วจึงแบ่งกันใช้ หากไม่เอามารวมกัน อาจเกิดการระแวงกันได้ จากสุภาษิตที่ว่า “ที่ใดที่ปราศจากการให้ที่นั่นย่อมแห้งแล้งเหมือนทะเลทราย” การปันกันนี้รวมทั้งการปันทุกข์กันในครอบครัวด้วย เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความทุกข์ มีปัญหา ก็ควรนำมาปรึกษากัน อีกฝ่ายก็ต้องรับรู้จักรับฟังและปลุกปลอบให้กำลังใจ หรือเรียกได้ว่ามี “ทาน” ดี


2. พูดกันด้วยวาจาที่ไพเราะ แม้การตักเตือนกันก็ต้องระมัด ระวังคำพูด ถ้าถือเป็นกันเองมากเกินไป อาจจะเกิด ทิฐิ ทำให้ครอบครัวไม่สงบสุข โดยถือหลักว่า ก่อนแต่งงานเคยพูดไพเราะอย่างไร หลังแต่งงานก็พูด ให้เพราะ อย่างนั้น จะเรียกได้ว่ามี “ปิยวาจา” ดี

สำคัญมากนัก…เป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้… การกระทำด้วยความคุ้นชินหรืออุปนิสัยของตน อย่างเช่น พูดเอ็งมา พาโวยยยยยย ขี้โมโห ขี้บ่น ดุด่า ทำร้ายร่างกาย หรือใช้คำหยาบด่าทอให้กันเจ็บใจเป็นนิจ ก็ลด ๆ ๆ ๆ ลงให้ไม่เหลือ ทิ้งไปเสียเถิด ไม่เกิดประโยชน์ที่ดีต่อกันเลย ดั่งสำนวนสุภาษิตว่าไว้มากมายนี้

“พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากมีสี” “พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วพาตัวเสียหาย”

“พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วพาตัวตกต่ำ” “พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วพาตัวมัวหมอง”

สุภาษิตนี้แสดงให้เห็นว่า คำพูดนั้น เสมือนดาบสองคม สามารถให้คุณอนันต์ แต่ไม่ได้มีแต่ประโยชน์เพียงอย่างเดียว ถ้าใช้ไม่เป็นหรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็สามารถทำให้เกิดทุกข์ เกิดโทษมหันต์ สามารถทำลายทุกอย่าง-แตกแยก-หัก-พังทลายลงในพริบตาด้วยเช่นกัน แนะนำแก้ด้วยการฝึกสมาธิ เพื่อให้มีสติรู้เท่าทันใจและอารมณ์ของตน ถ้าเผลอคิด พูด ทำไม่ดีเข้ากับคนที่เรารัก ก็จะมีสติยับยั้งชั่งใจได้ ทุกอย่างก็จะสงบสุขเข้าสู่สภาวะปกติจ๊ะ


3. ฝึกฝนตนให้เป็นประโยชน์ คือ มีความรู้ความสามารถ แล้วนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่นั้นมาช่วยเหลือกัน ประพฤติตนเป็นประโยชน์ต่อกันในทุกด้าน คู่รักเหมือนเกิดมาเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกัน ต้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น คู่รักทำกิจการค้าขาย คนหนึ่งคิดเก่ง อีกคนขายเก่ง ช่วยกันทำจึงสำเร็จได้ เป็นต้น และเมื่อรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควร ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง พยายามศึกษาหาความรู้ทางธรรม เอาใจมาเกาะกับธรรมให้มาก สามีภรรยานั้นเมื่อทะเลาะกันมักจะโยนความผิดให้อีกฝ่ายหนึ่ง ควรใช้ความรู้สึกก่อนพูดด้วยความรักความเมตตาปราถนาดีต่อกันซึ่งแท้จริงแล้วย่อมมีความผิดด้วยกันทั้งคู่ อย่างน้อยก็ผิดที่ไม่หาวิธีที่เหมาะสมแนะนำตักเตือนกัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งทำความผิด เรียกได้ว่ามี “อัตถจริยา” ที่ดี


4. วางตัวให้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น ทั้งในฐานะแฟนหรือคนรักกันหรือเป็นคู่ชีวิตก็ต้องวางตัวเป็น เมื่อแต่งงานกัน ได้สร้างครอบครัวด้วยกันแล้ว เพิ่มสถานะมาเป็นพ่อบ้านแล้วก็ทำตัวให้สมกับเป็นพ่อบ้าน เป็นแม่บ้านแล้วก็ทำตัวให้สมกับเป็นแม่บ้าน ต่างก็วางตัวให้เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งข้อนี้จะประพฤติ ปฏิบัติให้ดี ต้องฝึกสมาธิให้ใจผ่องใสเป็นปกติ เพราะคนที่ใจผ่องใสจะรู้ว่าในภาวะเช่นนั้น ควรจะวางตนอย่างไร ไม่ระเริงโลกจนวางตนไม่เหมาะสม หรือเรียกได้ว่ามี “สมานัตตตา” ดี


การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้พื้นที่ส่วนตัวกันและกัน

(การแต่งงานไม่ได้แปลว่า เป็นเจ้าของแล้วมีสิทธิ์ผูกขาดในกันและกัน)

เข้าใจและยอมรับ ทั้งข้อดีและข้อเสียของกันและกันให้ได้

อดทน มั่นคง และหนักแน่น ต่ออุปสรรครอบด้าน อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กัน เชื่อมั่นและศรัทธาในกันและกัน ซื่อสัตย์และพร้อมจะอภัยให้กัน



ความหมายของสามี – ภรรยา เป็นอย่างไร?

สามี แปลว่า ผู้เลี้ยง; ผัว

ควรประพฤติตัวดี 5 อย่าง ได้แก่

1.ให้เกียรติแก่ภรรยาของตน ไม่ปิดบังซ่อนเร้น โดยพาภรรยาออกสังคมด้วยกันอย่างเปิดเผย และกล่าวคำชมกันและกันอยู่เนืองนิด

2.ไม่ดูหมิ่นภรรยาของตน แม้ภรรยาจะเกิดในตระกูลที่ต่ำต้อยกว่าตนทางฐานะหรือการศึกษา

3.ไม่ประพฤตินอกใจภรรยา สามีไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนในฐานะชู้สาว อันจะทำให้ครอบครัวต้องเดือดเนื้อร้อนใจ และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งปวง เพราะคำว่า “อบายมุข” เป็นหนทางแห่งความเสื่อม ความหิบหายทุกด้าน

4. มอบความเป็นใหญ่ในบ้านจัดงานบ้านงานเรือน ต้องมอบความเป็นใหญ่ให้กับภรรยาเป็นผู้ดูแล แต่เนื่องด้วยในยุคปัจจุบัน ภรรยาทำงานนอกบ้านช่วยกันสร้างตัว ส่วนงานในบ้าน ทั้ง2ฝ่ายก็ควรช่วยแบ่งเบาภาระ ยังส่งผลดีอีกด้วย เพราะจะได้ใช้เวลาร่วมกันโดยช่วยเหลือเกื้อกูลกันทำกิจกรรมภายในบ้าน ได้พูดคุยกันมากขึ้น ก็จะเสริมสร้างความรักความสัมพันธ์ที่ดี ผูกจิตผูกใจกันไว้ได้

5.มอบของขวัญตามวาระโอกาสต่าง ๆ ที่เป็นวันสำคัญของการครองรัก เช่น วันเกิด วันแต่งงาน เป็นต้น สามีที่ดีพึงหาของขวัญมอบให้ ด้วยของขวัญอันหญิงทั่วไปมักปรารถนา เช่น เครื่องประดับ เสื้อผ้า เป็นต้น การให้ของขวัญนี้ย่อมผูกสัมพันธ์ความรักของฝ่ายภรรยาได้ ถือเป็นการยึดเหนี่ยวน้ำใจกันไว้อีกทางหนึ่ง


ภรรยาแปลว่า ผู้ควรเลี้ยง;เมีย

ควรประพฤติตัวดี 5 อย่าง ได้แก่

1. ดูแลบ้านให้เป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ดูแลสามีดีเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม เป็นต้น

2. ดูแลพ่อแม่สามีดี ช่วยเหลือเกื้อกูลในสิ่งที่ทำได้

3. ไม่ประพฤตินอกใจสามี แต่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน คุณสามีจะได้สดชื่นตามไปด้วย เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยนะจ๊ะ

4. รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ รู้จักใช้เงินให้เป็นประโยชน์ รู้จักเก็บออม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข

5. ขยันในกิจการงานที่ตนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบด้วยดี หรือเอาแต่เที่ยว

ฉะนั้นหากสามีและภรรยารู้จักหน้าที่ของตนแล้ว การใช้ชีวิตคู่ก็จะเป็นสุขทำให้ครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญ




“คำว่า "คู่" นั้นอยู่ใกล้ชิด หากไม่ผูกมิตร ชีวิตรักจะสั้น

คำว่า "คู่" นั้นอยู่ร่วมกัน หากทำให้สร้างสรรค์ บ้านนั้นเจริญ”


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำทำนายทายเรื่องรัก ด้านวิธีดูคุณลักษณะคู่รัก,เนื้อคู่หรือคู่ชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยนำหลักพระพุทธศานามาประยุกต์ใช้ ลองปรับใช้กันนะ แล้วความรักที่ดีก็จะอยู่กับคุณไปตลอดกาล


"วิธีสร้างความอบอุ่น

ให้อบอวลในครอบครัวของคุณ"
แล้วความสุขจะอยู่ในบ้านของคุณ
ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม โค้ชชีวิต

Blockdit : www.blockdit.com/dou_official