นอกจากหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจกันและกัน 4 ประการ คือ การรู้จักให้ซึ่งกันและกัน(ทาน)การพูดจาภาษาคนรักกัน(ปิยวาจา) ความรักกันจริงไม่ทิ้งกันไป(อัตถจริยา) และความเสมอต้นเสมอปลาย(สมานัตตา)แล้ว ยังมีอะไรอีกมั้ย!? ที่คู่สามีภรรยาควรปฏิบัติต่อกัน เพื่อให้การใช้ชีวิตคู่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ดีและราบรื่น ก็ยังมีรายละเอียดที่สำคัญไม่น้อยอยู่อีกสำหรับหลายๆ คู่สามีภรรยาที่อยากจะรักกันให้ยั่งยืน และมีความสุข สิ่งที่อยากจะแชร์มาฝากกันอีก

1 การยกย่องให้เกียรติกัน

การแสดงออกถึงความชื่นชมยกย่องจากสามี-ภรรยาที่น่ารัก ทั้งในบ้าน

นอกบ้าน ให้สามี-ภรรยาได้รับทราบให้ลูกได้เห็น ให้สังคมได้รับรู้ว่าสามีคนนี้

ดีอย่างไร ภรรยาคนนี้ดีอย่างไรเป็นคุณพ่อที่ดีคุณแม่ที่ดีอย่างไร

การได้เธอคนนี้ เขาคนนี้ มาเป็นคู่ชีวิตเป็นความโชคดีเพียงใดเป็นความภาคภูมิใจมากแค่ไหน

การชื่นชมยกย่อง ให้เกียรติกัน อย่าคิดว่าไม่จำเป็นไม่สำคัญ การแสดงออกให้สามี-ภรรยา รู้ว่าต่างฝ่ายต่างเห็นคุณค่าและรู้สึกขอบคุณกันและกัน ย่อมเป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ เป็นกำลังใจอย่างดีที่สุด ที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีแรงบันดาลใจ มีความตั้งใจ

ที่จะสร้างชีวิตร่วมกันให้ดียิ่งขึ้นไป

เพราะฉะนั้นรักกันอย่าเก็บไว้แต่ในใจต้องแสดงออกให้รู้ด้วยว่าปลื้ม ว่าชื่นชม ภูมิใจแค่ไหนกับการมีสามีภรรยาคนนี้มาร่วมใช้ชีวิตด้วยกัน

2 ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามกัน

คู่กับการให้เกียรติกัน คือ ไม่หมิ่นแคลนเหยียดหยามกัน

สามีภรรยาที่เรารัก เราเลือกมาเพราะเราเชื่อมั่นว่า คือคนนี้ที่ดีที่สุดสำหรับเราเพราะฉะนั้นหากเราไปเหยียดหยามกันก็ไม่ต่างอะไรกับเหยียดหยามตัวเราเอง

ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง ในบ้าน หรือนอกบ้าน โดยเฉพาะต่อหน้าคนอื่น

แม้ทีเล่นทีจริงก็ไม่ควรทำ

เพราะบางทีอีกคนคิดว่าเล่นแต่อีกคนไม่เล่นด้วยจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางกันแบบไม่รู้ตัวและบั่นทอนสิ่งดีๆ ในความสัมพันธ์ไป อย่างที่ไม่ควรจะเป็น

ความอ่อนด้อย บกพร่องใดๆ ทั้งสามี ภรรยา ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่มีกันทุกคนและคนๆ นี้คือ คนที่เราเลือกมาร่วมสร้างชีวิตด้วยกัน

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ และการช่วยกันแก้ไขไม่ใช่ตอกย้ำปมด้อยต่อว่าล้อเล่น ล้อเลียน หมิ่นแคลนกัน

ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาบุคลิกภาพสติปัญญาฐานะการศึกษานิสัยหรือเรื่องใดๆ ก็ตาม ...ฯลฯ

ภรรยาที่ดี สามีที่น่ารักต้องช่วยกันชี้แนะแก้ไขอะไรที่จะช่วยให้อีกฝ่ายดีขึ้น

ควรช่วยปรับปรุงด้วยความหวังดี ด้วยความจริงใจต่อกันจริงๆ

เมื่อทั้งสามี ภรรยา รู้จักให้เกียรติกัน ไม่ทำให้ใครเสียหน้าไม่ข่มเหงน้ำใจกัน ไม่หมิ่นหยามศักดิ์ศรีกัน

คนที่รักกันเคารพซึ่งกันและกันดีคนอื่นในสังคมก็จะเคารพให้เกียรติสามีภรรยาของเราด้วย เป็นคู่รักที่มีสง่าราศี ทั้งในบ้าน นอกบ้าน ในทุกที่ทุกสถานของสังคม

3 ไม่นอกใจ

นี่คือ กฎเหล็กของความรัก “ไม่นอกใจ

ความรัก ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คู่แฟน คู่สามีภรรยา สิ่งที่ต้อง คือ ต้องมีเพียงแค่สองเท่านั้น

ถ้ามีคนที่สาม สี่ ห้า เมื่อไหร่ความรักนี้ไม่ใช่ตัวช่วยที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น

ไม่ใช่การมาช่วยกันสร้างชีวิตอีกต่อไปแล้ว

แต่จะกลายเป็นตัวทำลายชีวิต ทำลายความสงบสุขของบ้าน ทำลายสุขภาพกาย สุขภาพใจทำลายคุณภาพชีวิต ทำลายความมั่นคงของชีวิตและครอบครัว

เพราะฉะนั้นหากแม้ปรารถนาให้ความรักและครอบครัวมั่นคงเป็นคู่สามี ภรรยา ที่ครองรักยั่งยืน และราบรื่นการนอกใจต้องไม่มีอย่างเด็ดขาด

4 มอบความเป็นใหญ่ในบ้าน (สามีปฏิบัติต่อภรรยา)

ข้อนี้ หมายถึง “สามี”มอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ การดูแลเรื่องภายในบ้านให้กับภรรยา คือ ให้เป็น “แม่บ้าน” ให้เป็นใหญ่ จัดการภายในบ้าน

ในสมัยก่อนรูปแบบการใช้ชีวิตร่วมกันของสามีภรรยาทั่วไป สามีจะออกไปทำงานนอกบ้านส่วนภรรยาดูแลเรื่องในบ้านทั้งหมด

ดังนั้น สามีต้องไว้วางใจภรรยา ให้ภรรยาจัดการเรื่องต่างๆในบ้านได้อย่างเต็มที่ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านเรื่องลูก เรื่องอาหาร การกิน ... ฯลฯ

แต่สังคมปัจจุบันหลายครอบครัวทั้งสามีภรรยา ต่างทำงานนอกบ้านช่วยกัน

หารายได้เลี้ยงครอบครัวและหลายครอบครัวภรรยามีหน้าที่การงานสูงกว่าสามีก็มี

ฉะนั้นในยุคที่วิถีชีวิตสังคมเปลี่ยนไปการดูแลเรื่องในบ้าน อาจต้องช่วยกันทั้งสามีภรรยา ส่วนว่าใครจะดูแลเรื่องอะไรอย่างไร ...เป็นเรื่องที่แต่ละครอบครัวต้องตกลงจัดสรรให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของครอบครัวนั้นๆ

5 ดูแลงานบ้านให้ดี (ภรรยาปฏิบัติต่อสามี)

เมื่อสามีมอบอำนาจแล้ว ต้องไว้ใจ ไม่เข้าไปก้าวก่ายภรรยาเว้นเสียแต่ว่ามีเรื่องใหญ่ที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันรับผิดชอบ

การปฏิบัติเรื่อง “ดูแลบ้านให้ดี”มักเน้นมาที่ “ภรรยา” หรือ “แม่บ้าน” ก็ต้องจัดการธุระ การงาน ต่างๆ ในบ้านให้ดี ให้เรียบร้อยครบถ้วน ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

เช่นบ้านเรือนควรสะอาดเรียบร้อยอาหารควรอร่อยและดีต่อสุขภาพคนในบ้านการบริหารค่าใช้จ่ายในบ้านให้เหมาะสม ดูแลเรื่องของลูกให้เรียบร้อย ฯลฯ

หากภรรยาเพิกเฉย ไม่เอาใจใส่หน้าที่ของตนให้สมกับที่ไว้วางใจบ้านช่องปล่อยรก ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายลูกเต้ามอมแมม อาหารไม่เข้าท่าเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ... ฯลฯถ้าบ้านไหนภรรยาบกพร่องบ้านนั้นมักอารมณ์เสียง่าย มีเรื่องหงุดหงิดทะเลาะกันบ่อย

สำหรับในหลายๆ ครอบครัวที่ภรรยาเองต้องออกไปทำงานสร้างฐานะเลี้ยงครอบครัวเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีทั้งสองฝ่ายต่างก็มีภาระหน้าที่เหนื่อยนอกบ้านเท่าๆ กัน

เรื่องการจัดการภายในบ้านก็ต้องพูดคุยกันว่าจะช่วยกันบริหารจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเหนื่อยหนักเกินไปอยู่ฝ่ายเดียว


6 สงเคราะห์ญาติพี่น้อง

แต่ก่อนเดิมนั้น มักเป็นหน้าที่ภรรยา คอยดูแลให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์ญาติทั้งสองฝ่ายแต่ในสังคมปัจจุบันด้วยเหตุผลลักษณะเดียวกันคือทั้งสามีภรรยาต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เมื่อสังคมเปลี่ยน วิถีชีวิตเปลี่ยน

ภรรยาก็มีภาระทำงานนอกบ้านไม่น้อยกว่าสามี

ฉะนั้นการให้ความช่วยเหลือญาติพี่น้องควรเป็นข้อปฏิบัติของทั้งสองฝ่าย

ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ

ประกอบกับในสังคมปัจจุบัน ส่วนใหญ่เรามักอยู่กันเป็นครอบครัวเดี่ยวมีกันเพียง

พ่อ แม่ ลูกความใกล้ชิดแบบครอบครัวใหญ่น้อยลงและทำให้การให้ความช่วยเหลือญาติพี่น้องน้อยลงไปด้วยจนกระทั้งหลายคนมองข้ามความสำคัญไป

การช่วยเหลือญาติพี่น้องย่อมเป็นสายใยสายน้ำใจของความเป็นคครือญาติ ที่จะช่วยทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและอบอุ่นได้อีกทางหนึ่ง

ยามที่ญาติพี่น้องมีปัญหาเราให้ความช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งพาอาศัยให้ยามที่เรามีเรื่องขัดข้องใดๆก็มีญาติพี่น้องเช่นกันที่เราจะนึกถึงเพื่อขอความช่วยเหลือเป็นรายแรกเพราะคนคุ้นเคยกันย่อมเห็นใจกัน และช่วยเหลือกันง่ายกว่าคนไกลใครอื่น ที่เราไม่รู้อัธยาศัยไมตรีไม่คุ้นเคย

7 ขยันทำงาน

แต่งงาน เพื่อมาทำงานชีวิตร่วมกันย่อมต้องขยันช่วยกันทั้งสองสามีภรรยาไม่ใช่ปล่อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขยันอยู่ฝ่ายเดียว

งานสร้างฐานะสร้างชีวิต เป็นงานใหญ่ต้องช่วยกันหาความรู้ช่วยกันพัฒนาทักษะ ความสามารถ ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างสรรค์ทำมาหากินถ้าร่วมแรงร่วมใจกันดีทั้งสองฝ่ายแม้เริ่มจากศูนย์ก็สามารถการสร้างความสำเร็จ ความมั่งคั่ง มั่นคง ให้กับครอบครัวได้

8รู้จักรักษาทรัพย์

ขยันทำงานหารายได้ช่วยกันแล้วทั้งสองต้องรู้จักใช้ รู้จักบริหารเงินที่หามาได้ด้วยจะใช้ในชีวิตประจำวันเท่าไหร่เก็บออมเท่าไหร่ ลงทุนเท่าไหร่เอาไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นเท่าไหร่หรือใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนสันทนาการเท่าไหร่และใช้เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือสังคม แบ่งปันเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ส่วนรวมเท่าไหร่ เพื่อให้เป็นกุศลความดีคอยเกื้อหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้าไม่ตกต่ำถดถอย

ก็เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือร่วมกันให้ดีระหว่างสามีภรรยาเพราะเรื่องทรัพย์ ก็เป็นอีกเรื่องที่เปราะบางละเอียดอ่อนหากแม้จัดการไม่รอบคอบก็ก่อให้เกิดปัญหา เกิดความขัดแย้งในครอบครัวได้

9 ให้ของที่ชอบใจ

สิ่งของที่ให้นั้น หมายถึง คุณค่าแทนความรัก ความห่วงใยเป็นสื่อแทนใจที่ควรมีต่อกันเป็นเรื่องสำคัญที่แสดงถึงความเอาใจใส่อีกฝ่ายหนึ่ง

ภรรยาชอบอะไร สามีชอบอะไรเช่นเสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว ที่สามีภรรยาอยากได้ ... ฯลฯ ควรมอบให้ตามวาระโอกาสอันเหมาะสม

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่สำคัญ อยู่กันมานานแล้วไม่จำเป็นต้องให้

อย่าปล่อยให้ความสนิทคุ้นเคยกลายเป็นการละเลยความรักความสัมพันธ์

ยิ่งเป็นคนรัก เป็นคนใกล้ชิดร่วมชีวิตเดินเคียงข้างต่อสู้ฟันฝ่ามาด้วยกัน ยิ่งต้องเอาใจใส่ยิ่งต้องแสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้และมั่นใจว่าการอยู่ร่วมกันของเราสามีภรรยานี้มีความหมายมีคุณค่ามีความสำคัญต่อกันและกันมากแค่ไหน

สิ่งเหล่านี้ เป็นความพิเศษ เป็นความซึ้งใจ เป็นสื่อแทนความรัก ความขอบคุณ เป็นกำลังใจให้กันและกัน … เป็นของที่ควรมีซึ่งจะทำให้บรรยากาศของการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นความน่ารัก น่าประทับใจมีความหมาย และมีความสุข … … …

ชีวิตคู่อันแสนดีงามในภาคทฤษฎีที่กล่าวมานี้สามารถเป็นจริงได้เมื่อทั้งสองสามี ภรรยาตั้งใจเรียนรู้ แล้วตั้งใจนำไปปฏิบัติไปด้วยกันไม่ปล่อยให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งรดน้ำพรวนดินอยู่เพียงฝ่ายเดียว ต้องร่วมกันทำทั้งสองฝ่าย

หากทั้งสองช่วยกันด้วยความตั้งใจจริง และจริงใจ ก็ย่อมสามารถดูแลรักษาความรักให้ยั่งยืน และเป็นครอบครัวที่มั่นคงจนถึงวันได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรเป็นต้นแบบคู่รักที่งดงามให้กับลูกหลานได้อย่างแน่นอน ... ... ...