เมื่อคู่รักหลายคู่ได้คบหา ศึกษาดูใจซึ่งกันและกันแล้ว ก็มีหลายคู่รักที่เลิกรากันไป เพราะอุปนิสัยเข้ากันไม่ได้บ้าง คิดว่าคนนี้คงไม่ใช่บ้าง แต่ก็มีอีกหลายคู่รัก ที่ได้พัฒนาเปลี่ยนสถานภาพจากคู่รัก มาเป็น “คู่สมรส” มีจุดเริ่มต้นด้วยการแต่งงาน มีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ทำเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะทำถูกศีลถูกธรรม

เมื่อแต่งงานใหม่ๆ ทุกอย่างดูดีไปหมด เพราะคนนี้เราเป็นคนเลือกเอง

ทำอย่างไง ถึงจะสามารถรักษาความเป็นคู่ “ภรรยาที่ดีสามีที่น่ารัก” ได้ตลอดไป ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว ต้องมาศึกษาเรียนรู้กันอีก เพราะ“การสร้างว่ายากการดูแลรักษานั่นยากกว่าแต่ความยาก ไม่ได้หมายความว่า เป็นไปไม่ได้

ยาก” หมายความว่าต้องเอาใจใส่ตั้งใจทำอย่างจริงใจ อย่างดีที่สุด

ความดี ความน่ารัก ใครก็อยากมี อยากได้ อยากเป็น ...ความเป็นภรรยาที่ดี สามีที่น่ารักใครๆ ก็อยากจะเป็น ในความเป็นจริง คนดี คนน่ารักที่ว่า มีอยู่ในตัวเราเอง เพียงแต่เราไม่ค่อยได้แสดงออกมาให้สามี หรือภรรยาได้เห็นเลยอาจเป็นเพราะเขิน คิดว่ามันดูไม่เจ๋งเลยกั๊กเก็บไว้รู้อยู่คนเดียวว่า “เราเป็นคนน่ารัก ใจดี”

เก็บกั๊กความน่ารักความดีไว้คนเดียวยังไม่พอเรากลับปล่อยให้ความเป็นคนไม่น่ารักของเราเอง ออกมารับแขก รับสามี ภรรยาแทน

คนไม่น่ารัก คนนิสัยไม่ดีด้วยสาเหตุต่างๆในตัวเรานี่เอง ที่ชอบออกมาทำความวุ่นวายจนเกิดความเสียหายกับความรักกับครอบครัวของตัวเอง

เมื่อต้องเจอกับคนไม่น่ารักคนนิสัยไม่ดีอยู่บ่อยๆ แม้รักกันมากแค่ไหน ก็ไม่ไหวจะเคลียร์ปัจจุบันสถิติการหย่าร้างของคู่สามีภรรยาในประเทศไทย สูงถึง 50 %ของคู่สามีภรรยาทั้งประเทศลองหันกลับมาถามคู่ของเราว่าคู่ของเราจะอยู่ฝั่งไหนดี“หย่าร้าง” หรือ “รักกันยั่งยืน”ถ้าเราเลือกที่จะเป็นคู่ที่มีความมั่นคงที่เป็นอีกฝั่ง 50 %ก็จะรักษาความรักได้ตลอดรอดฝั่งที่จะอยู่ดูแลกันไปทุกๆ วันจนถึงวันถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร จะสามารถสำเร็จได้ด้วย หลักธรรม 4 ประการ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ไว้เพื่อยึดเหนี่ยวน้ำใจกันและกัน คือ “สังคหวัตถุ 4”ประกอบด้วย


1. รู้จักให้ซึ่งกันและกัน (ทาน)

ความรักที่ให้ไป ย่อมต้องการความรักให้กลับมา ...ให้เพื่อแสดงให้รู้ว่าทั้งสองฝ่าย

ต่างรักและห่วงใย ปรารถนาดีต่อกัน ความรักไม่ใช่แค่บอกรักแต่ต้องแสดงออกให้เป็นรูปธรรมด้วยไม่อย่างนั้นก็เข้าตำรา มีคนรักเหมือนไม่มี

ให้ความเอาใจใส่ให้เวลากันให้ความเข้าใจกัน ให้กำลังใจให้อภัยกันให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำที่ดีให้ความรู้ให้การสนับสนุนกันและกันตลอดถึงให้สิ่งของให้เงิน ให้ทรัพย์เพื่อใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว

ทั้งสองฝ่ายต่างต้องรู้จักช่วยกันสร้าง ช่วยกันหา และรู้จักแบ่งปันกันใช้รู้จักให้รู้จักรับให้สิ่งที่เป็นน้ำใจเป็นความรักแลกเปลี่ยน ช่วยเหลือกันและกันแบ่งปันกันให้เป็น


2. พูดจาภาษาคนรักกัน (ปิยวาจา)

เราปลูกต้นรักกันมาเหมือนใส่ปุ๋ย รดน้ำ ให้แสงแดด จนต้นรักเติบโตเพราะคำพูด

ดีๆที่มีให้กันแต่ก็เพราะคำพูดอีกเช่นเดียวกัน ที่สามารถทำลายต้นรักที่ปลูกมาหลายปีให้ขาดพังลงภายในเสี้ยววินาทีดังนั้นจะพูดจะสื่อสารอะไร ขอให้พูดด้วยภาษาดอกไม้ ภาษาคนรักกัน

คำว่า “ภาษาคนรัก”คือ ภาษาที่สุภาพ พูดความจริงกันด้วยความจริงใจมีเหตุมีผลมีประโยชน์ เป็นพลังบวกต่อกัน ให้เกียรติกัน ไม่โกหกกัน ไม่ดุด่าหยาบคายต่อกัน

แม้มีเรื่องขัดเคืองไม่พอใจอีกฝ่ายมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ก็ต้องรู้จักระงับอารมณ์ เก็บคำพูดเก็บอาการสละอารมณ์ขุ่นมัวออกไปพูดถนอมน้ำใจกัน

แต่ส่วนใหญ่ มักชอบใช้ภาษาคนกันเอง คือไม่มีความเกรงใจกัน เอาที่สะดวกปาก เดี๋ยวมึง เดี๋ยวกูเดี๋ยวสัตว์ เดี๋ยวไอ้ เดี๋ยวอีถือว่าคนกันเอง จะพูดยังไงก็ได้หรือนึกอยากพูดอะไรก็พูดไม่เลือกจังหวะเวลาไม่ดูอารมณ์กันแล้วบอกว่านี่คือ ความจริงใจตรงไปตรงมา อย่างนี้ก็ไม่ใช่

ในความจริงแล้วยิ่งรักยิ่งสนิท ยิ่งคุ้นเคยก็ยิ่งต้องเอาใจใส่กันยิ่งต้องเกรงใจยิ่งต้องแคร์ความรู้สึกกันเพราะคนในชีวิตของเราคือคนที่สำคัญที่สุดสิ่งนี้ต้องคิด

คุยกันสองคนว่าต้องระมัดระวังแล้วการพูดคุยต่อหน้าคนอื่นยิ่งต้องระมัดระวังให้มากอย่าคิดมักง่ายว่าคนรักกัน จะพูดกันยังไงก็ได้คนอื่นไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าคิดแบบนี้ต้นรักมีแต่จะเหี่ยวแห้งตายน้ำคำที่ออกมากลายเป็นเหมือนน้ำกรดน้ำร้อนหรือยาพิษรดใจ

ต่อหน้าผู้คนยิ่งต้องคิดถึงใจคนรัก คิดถึงศักดิ์ศรีของสามี ภรรยา ความน่าเคารพนับถือของคนที่เรารักคำนึงถึงความเหมาะสมทางสังคมแคร์คนรักแคร์สื่อ แคร์สังคม

การพูดคุยกันด้วยความให้เกียรติ ซึ่งเป็นการให้เกียรติต่อทั้งคนรัก จะเป็นตัวอย่างดีๆให้กับสังคม ล้วนเป็นความสวยงามของความรักที่ใครเห็นก็ชื่นชม



3. รักกันจริงไม่ทิ้งกันไป (อัตถจริยา เป็นคนรักที่มีประโยชน์ต่อกัน)

คนรักกันจริงต้องให้ประโยชน์ซึ่งกันและกันกล่าวให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ ต้องร่วมสุข

ร่วมทุกข์ถ้าร่วมสุขอย่างเดียวถึงคราวทุกข์ทิ้งกัน นั้นไม่ใช่ความรัก เรียกว่า ความเห็นแก่ตัว เอาแต่ผลประโยชน์ตัวเอง

ส่วนใหญ่ที่ไปไม่รอดเพราะยามไม่มีปัญหาก็รักกันดีแต่เมื่อถึงคราวมีปัญหาจะได้เห็นน้ำใจกันจริงๆ ก็ตอนนี้หากรักกันจริงต้องเคียงข้างกันทุกเวลาทั้งสุขและทุกข์

ความรักของคนสองคนจะมั่นคงยืนยาวได้ เพราะต่างฝ่ายต่างมีความดีต่อกัน มีประโยชน์ต่อกันสามารถช่วยเหลือกันได้ โดยเฉพาะยามลำบาก

เพราะการแต่งงาน คือ การมาช่วยกันทำงานชีวิตเพราะฉะนั้นหากต่างคนต่างมีสิ่งดีๆ

ให้กันมีประโยชน์ต่อกันและกันช่วยกันทำช่วยกันสร้าง ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน สุขก็อยู่เคียงข้างลำบากก็ไม่ทอดทิ้งกันไปเคียงบ่า เคียงไหล่กันไม่หายไปไหน ยิ่งอยู่ด้วยกันก็ยิ่งรักกัน เป็นคู่เพื่อน คู่คิด คู่ชีวิต และเป็นลมหายใจของกันและกัน มั่นคงตลอดไปได้


4. เสมอต้นเสมอปลาย(สมานัตตา)

รักกันไม่เปลี่ยนแปลงคือวันแรกรักกันอย่างไรวันนี้ก็รักเหมือนเดิม หรือมากกว่า

เดิมแรกรักดีต่อกันอย่างไรวันเวลาผ่านไปความดีและความน่ารักนอกจากไม่ควรน้อยลง

ควรมีแต่เพิ่มมากขึ้น

เคยเสียสละแบ่งปันกันมายังไงเคยช่วยเหลือมีน้ำใจอย่างไรเคยพูดจาภาษาคนรัก

กันอย่างไรวันนี้ก็ยังคงดีเหมือนเดิมหรือถ้าจะเปลี่ยนแปลงก็คือ ดียิ่งกว่าเดิม

ความเสมอต้นเสมอปลายคือ สิ่งที่ทำให้ความรักไม่มีวันเก่าแม้แต่วันเดียว

แต่ถ้า...แรกพบแรกรักอยากได้มาครองจึงยอมทำทุกอย่าง น่ารักที่สุดใจดีที่สุด

พยายามที่จะเอาชนะใจทุกสิ่งอย่างจนได้มาครอบครองสมรักแต่แล้วไม่เท่าไหร่ก็เริ่มวอกแวกไปตามสิ่งยั่วยวนที่มีอยู่รอบตัวมากมายซ้ายขวาสักพักเริ่มระหองระแหงระแวงกันเจอปัญหาอุปสรรคบวกเพิ่มเข้ามาอีกพาลพารักจืดจาง ที่เคยทำดีเคยน่ารักยังไงไว้หายหมด ดีแตก ก็หมดกัน

ความเสมอต้นเสมอปลายของความรัก จึงเป็นความจริงใจ ตั้งใจจริง ซื่อสัตย์มั่นคงต่อกันจริงที่จะร่วมสร้างชีวิตด้วยกันจริงๆ

คู่สามีภรรยาใด กำลังจะไปด้วยกันไม่ไหว หรือกำลังมีปัญหาเกิดขึ้น ลองนำ“สังคหวัตถุ 4” นี้มาใช้ดู หรือคู่สามีภรรยาใด มีชีวิตที่มีความสุขดีอยู่แล้ว หากได้นำ “สังคหวัตถุ 4 มาใช้เพิ่มเติม ก็จะยิ่งเกื้อกูล ยิ่งสนับสนุนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ลองทำดูสิ