ทุเรียน: ชาวจีนเชื่อแก้ไวรัสโควิด- 19

มาถึงฤดูนี้จะไม่พูดถึงทุเรียนก็คงไม่ได้ หากเอ่ยชื่อ “ราชาผลไม้ไทย” (King of Fruits) คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเหตุที่ทุเรียนถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ ด้วยรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับผลไม้ใด ๆ ในโลก บางคนก็ว่าเหม็น บางคนก็ว่าหอมจึงทำให้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบรับประทานอยู่พอๆ กัน

ทุเรียน (Durian) ถือว่าเป็นผลไม้ที่รู้จักกันดีของคนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผลไม้มีเปลือกเป็นหนามเนื้อสีเหลืองทอง ทุเรียน (durian) มาจากภาษามาลายู คือคำว่า duri (หนาม) ทุเรียนเป็นพืชพื้นเมืองของบรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และเป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกประมาณ 600 ปีมาแล้ว ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ได้พรรณนาถึงรสชาติของทุเรียนว่า “เนื้อในมัน
หมือนคัสตาร์ด รสชาติคล้ายอัลมอนด์” ซึ่งหากใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจทุกราย

ทุเรียน: ความเชื่อของชาวจีนช่วยป้องกันโควิด-19

ทุเรียนกลายเป็นผลไม้ไทยระดับแถวหน้าที่ครองใจผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งกลายเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ ส่งผลให้ทุเรียนมีราคาสูงขึ้นในระยะ 4-5 ปีมานี้ จากปัจจัยการส่งออกในปริมาณที่มากทำให้ราคาบริโภคภายในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย หลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 ในประเทศจีนเมื่อปลายปี 2562 คาดการณ์ว่าปีนี้ราคาทุเรียนน่าจะลดลง แต่ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามนั้น เพราะขณะนี้ราคาทุเรียนขายปลีกยังมีราคาสูงถึง กก.ละ 150-170 บาท

แม้จีนจะพบวิกฤตไวรัสโคโรนา 2019 แต่ทุเรียนก็ยังเป็นที่ต้องการของคนจีน เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่าทุเรียนมีกำมะถัน กินแล้วเกิดความร้อนและช่วยป้องกัน COVID-19 ได้ ซึ่งนั่นเป็นเพียงความเชื่อที่อาจเป็นเพียงความเข้าใจผิด เพราะยังไม่มีข้อมูลจากหน่วยงานใดมา
รองรับ แต่ก็ทำให้ผู้ส่งออกแข่งขันกันซื้อจากสวนเพื่อส่งไปขายประเทศจีน ส่งผลให้ราคาทุเรียนปีนี้ถือว่าดีกว่าทุกปี โดยราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-130 บาท ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่กิโลกรัมละไม่ถึง 100 บาท”

เห็นราคาแล้วทำเอาคอทุเรียนหนาวไปตาม ๆ กัน แต่ยังคนอีกไม่น้อยที่ยอมจ่ายเพื่อจะได้ลิ้มรสอันหอมหวานของทุเรียนที่ปีหนึ่งจะออกมาให้เราได้ชิมกันสักครั้ง เพราะนอกจากรสชาติที่ไม่ธรรมดาแล้ว ทุเรียนยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว



ทุเรียน: คุณค่าทางโภชนาการ

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี่ และอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยเฉพาะแร่ธาตุซัลเฟอร์หรือกำมะถันนี้เองที่ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุเรียนแต่ละพันธุ์มีความหวานและประโยชน์ที่ต่างกันให้สังเกตที่สีของทุเรียน เช่น ชะนีไข่ จะมีสีเข้มกว่าพันธุ์หมอนทอง ยิ่งมีสีเข้มเท่าไหร่ก็จะมีวิตามิน A มีเบต้าแคโรทีนมากตามความเข้มของสี

จากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า เนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับไขมันในเลือด แต่เป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น แม้จะมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด แต่ทุเรียนก็เป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการบริโภคโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และโรคความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ในทุเรียนมีกรดกำมะถัน หรือเรียกว่าสารทรงกลิ่น เป็นสารที่ทรงคุณค่ามีชื่อว่า Organosulfur เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ บำรุงกระดูกและฟันมีเส้นใยอาหารที่ดี ทั้งเส้นใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ มีไฟเบอร์ ช่วยล้างพิษในลำไส้ ช่วยในการระบาย กระตุ้นการขับถ่าย นี่คือข้อดีของการกินทุเรียนในตอนเช้าซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการลดความอ้วน



ทุเรียน: สรรพคุณตามตำรายาไทย

ในทางการแพทย์แผนไทย ทุกส่วนของทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยา สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยที่ใบ มีรสขมเย็น เฝื่อน ช่วยแก้ไข้ แก้ดีซ่าน ขับพยาธิ ราก มีรสฝาด ขม ใช้แก้ไข้และแก้ท้องร่วง เปลือกทุเรียน รสฝาดเฝื่อน ใช้สมานแผล แก้น้ำเหลืองเสีย พุพอง แก้ฝีตานซาง คุมธาตุ แก้คางทูม ไล่ยุงและแมลง เนื้อทุเรียน มีรสหวานร้อน ให้ความร้อน แก้โรคผิวหนังทำให้ฝีแห้งและขับพยาธิ ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด บำรุงกำลัง และเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

ตามองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแนะนำว่า หากรับประทานทุเรียนแล้วให้รับประทานมังคุดตาม เนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น ส่วนมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ (Queen of Fruits) เป็นผลไม้ที่มีน้ำในปริมาณมากมีฤทธิ์เย็นช่วยต้านความร้อน รวมทั้งยังมีเส้นใยอาหารสูง และสารต้านการอักเสบช่วยแก้ร้อนใน หากกินคู่กับทุเรียนจะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล

ทุเรียน: กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ราชาแห่งผลไม้ที่หลายคนโปรดปราน มีทั้งโทษและประโยชน์ แต่หากไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทุเรียนอาจให้ผลร้ายมากกว่าผลดี อ.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และที่ปรึกษาสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยเผยว่า กระแสข่าวลดน้ำหนักด้วยการกินทุเรียนนั้น วงการแพทย์ออกมายืนยันแล้วว่าไม่จริง ที่บอกว่าตื่นเช้ากินทุเรียนแทนข้าวจะช่วยลดน้ำหนักได้เป็นวิธีที่ผิด อย่าลืมว่าเราไม่สามารถกินทุเรียนได้ทุกวันตลอดปี ตอนนั้นน้ำหนักอาจจะลดได้จริง แต่ว่าพอหมดหน้าทุเรียนแล้วเราจะทำยังไง ต้องระวังปัญหาที่จะตามมาก็คือโยโย่เอฟเฟค เพราะว่ามันเป็นวิธีที่ผิดธรรมชาติ

เราควรจะสนใจว่า กินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วนดีกว่าจะลดความอ้วนด้วยทุเรียน และต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทุเรียนมีรสหวานจัดเข้มข้น ยิ่งสุกงอมมากก็จะยิ่งมีน้ำตาลสูงกินแล้วน้ำตาลล้นเกิน ร่างกายใช้ไม่หมดก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเก็บไว้ใต้ผิวหนังภายใน 30 นาที เสี่ยงกับหลอดเลือดตีบ ไขมันเกาะตับ อ้วนลงพุง ที่ว่าความหวานของผลไม้กินเท่าไรก็ไม่อ้วนนั้นไม่เป็นความจริง

มีข้อคิดเกี่ยวกับการกินทุเรียนอย่างไรให้สุขภาพดี 6 ข้อ ดังนี้
1. ต้องตระหนักว่าทุเรียนมีน้ำตาลสูง กินมากทำให้อ้วน
2. ให้กินทุเรียนเป็นอาหารว่าง หรือกินระหว่างมื้อ ไม่ควรกินหลังอาหารมื้อหลัก เพราะจะทำให้เพิ่มพลังงานมากขึ้น
3. ตั้งสติไว้ให้ดีเวลาจะกินคิดเสมอว่า ทุเรียนหมอนทองประมาณ 2 เม็ดที่แกะเอาเฉพาะเนื้อ จะให้พลังงานเท่ากับกินข้าว 4 ทัพพี หรือประมาณ 300 กิโลแคลอรี ดังนั้นควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ คือควรบริโภคไม่เกินวันละ 2 เม็ด
4. หลังจากกินทุเรียนแล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลสูง
5. หลังกินทุเรียนให้ดื่มน้ำตาม เช่นที่คนโบราณบอกว่าให้เทน้ำใส่ร่องทุเรียนแล้วซดหลังจากกินทุเรียนแก้ร้อนในนั่นคือ กุศโลบายของคนโบราณ
6. หลังจากกินทุเรียนแล้วให้ออกกำลังกายเพื่อเป็นการใช้พลังงานออกไปให้หมด ป้องกันการสะสมของไขมัน ที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้าย



ทุเรียน: ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ว่าทุเรียนจะมีวิตามินแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์เพียงใด แต่สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเป็น โรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ ควรระวังเป็นพิเศษ ด้วยทุเรียนมีแป้งและน้ำตาลสูง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด จึงควรกินแต่พอเหมาะ และเนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้มีโพแทสเซียมสูงผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ จึงควรหลีกเลี่ยง เพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ไม่ควรกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากทุเรียนเป็นอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ให้พลังงานสูงเช่นเดียวกัน เมื่อกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะได้รับพลังงานมากเกินไประดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดกระบวนการเผาผลาญเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นกลไกต้องใช้น้ำจำนวนมาก ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงกว่าปกติ ถ้ากินแล้วเมาหลับไปอาจเป็นผลทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เมื่อถึงจุดหนึ่งสมองจะเสียน้ำมากระดับเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ สมองทำงานไม่ดี และอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อาการหน้าร้อนวูบวาบ ชาตามร่างกาย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียนและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ดังนั้นทุเรียนจึงไม่ใช่อาหารหลักแต่ก็ไม่ได้เป็นผลไม้ต้องห้าม หากแต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่แนะนำให้กินร่วมกับมื้อเช้า เพราะจะทำให้เราอิ่มเร็ว และทำให้กินอาหารหลักได้น้อยลง อาหารมื้อเช้าควรกินอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่ดี คือกินให้ครบ 5 หมู่ มีความหลากหลาย กินเนื้อปลามากกว่าเนื้อสัตว์อื่น ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4-5 วัน วันละ 30-45 นาที เพื่อช่วยเผาพลาญพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายได้รับ ลดความเครียด ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใสด้วยการทำสมาธิหรือทำกิจกรรมที่เราชอบ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ นอน 4 ทุ่ม ตื่นตี 5 ถ้าทำได้อย่างนี้ ชีวิตเราก็จะมีแต่ความสุขบนสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย แม้แต่โควิด-19 หรือโรคร้ายใด ๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายกับเราได้



ที่มา

https://www.posttoday.com/life/healthy/624215
นายบดินทร์ ชาตะเวที นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
https://www.pobpad.com
รู้ทันทุเรียน https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/652259
https://medhubnews.com
https://www.prachachat.net

ติดต่อสอบถาม โค้ชชีวิต

Contact us : https://lin.ee/kmn0orC
Website : www.coachcheevit.com
Facebook : www.facebook.com/coachcheevit/
Blockdit : www.blockdit.com/dou_official